บุคลากรเข้าร่วมเรียนรู้และศึกษาดูงานศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

กลุ่มงานวิจัย
✨ศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ✨
เมื่ออังคาร ที่ 28 พฤษภาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมสิริ ติยายน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต อาจารย์ ดร.ธิติพัฒน์ วีเปลี่ยน พร้อมทั้งบุคลากร สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พานิสิตชั้นปีที่ 3 จำนวน 52 คน เข้าร่วมเรียนรู้และศึกษาดูงานศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีความโดดเด่นในเรื่องของวิจัยและพัฒนาสมุนไพร และมีคณะที่เปิดการเรียนการสอนเกี่ยวกับแพทย์แผนไทย จึงมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาและส่งเสริมสมุนไพรทางด้านการเกษตรของจังหวัดเชียงราย
> ในปี พ.ศ.2560 จึงได้รับงบประมาณในการสนับสนุน แผนบูรณาการ ในโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและ นวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศด้านสมุนไพร
> ต่อมาปี พ.ศ.2561 มีการจัดตั้ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสมุนไพร และการแพทย์แผนไทย
> ในปี 2562 เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจรมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพราะเป็นหน่วยที่สะสมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
> ปี 2563 จึงดำเนินงานมาจนถึงปัจจุบัน
ที่มา : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับศูนย์วิจัยพืชสวนจังหวัดเชียงราย
การวิจัยและพัฒนาการปลูกขมิ้นชันปลอดโรคและให้สารสำคัญ ซับสเตรท (Substrate culture) ภายใต้โรงเรือนปลูกพืชอัจฉริยะ เติบโต ปริมาณผลผลิต และปริมาณสารสำคัญของขมิ้นชัน พบว่าสายพันธุ์ตรัง 84 ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และนำมาปลูกในวัสดุทดแทนดินคือ กาบมะพร้าวสับ และจัดการธาตุอาหารให้เหมาะสม ทำให้ได้ต้นกล้าพันธุ์ที่ปลอดโรคปราศจากโรคพืช (โรครากเน่า) และให้ปริมาณสารสำคัญที่สูง โดยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกดังกล่าวรวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Artificial Intelligence Platform (AI Platform) ในการควบคุมคุณภาพการเพาะปลูกให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร (Smart Farmer Incubator) ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อให้สามารถปลูกและควบคุมคุณภาพการเพาะปลูกขมิ้นชันคุณภาพสูง ตามความต้องการของตลาดได้ โดยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้เริ่มมีการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกสมุนไพรโดยเฉพาะอย่างยิ่งขมิ้นชันให้แก่เกษตรกรในจังหวัดเชียงรายตั้งแต่ปีพ.ศ. 2563 โดยมีการสร้างความเข้าใจ ให้ความรู้ และติดตามการเพาะปลูกขมิ้นชันสายพันธุ์ตรัง 1 และตรัง 84-2ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร และมีคุณภาพของผลผลิตสูง เหมาะสำหรับนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นวัตถุดิบการผลิตในอุตสาหกรรมยาต่อไป โดยมี 15 ทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่ง 11 ทะเบียนเป็นยาสำหรับรับประทานและ 4 ทะเบียน เป็นยาสำหรับภายนอก
Scroll to Top
Skip to content